เสียงโทรศัทท์ดังขึ้น กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง เป็นสายสอบถามข้อมูลเรียนต่อที่อเมริกา “พี่คะ/พี่ครับ อยากทราบว่าถ้าเราไปเรียนที่อมเริกา ช่วงเวลาว่าง เราสามารถไปทำงานเสริฟที่ร้านอาหารไทยจะได้ไหมคะ/ ครับ” หรือ “เรียนจบแล้ว เราหางานทำที่นั่นเลยได้ไหม อยากได้ citizen อเมริกัน จะเป็นไปได้ไหม” น้องหลายๆคน ได้ยินเรื่องราวดีๆ Success Story ของรุ่นพี่หลายคนที่ได้ไปทำงานเสริฟ เก็บเงินได้เป็นกอบกำ บางทีดีกว่าเพื่อนที่จบโทมาแล้วทำงานอยู่ในบริษัทใหญ่ๆ หลายคนสักอีก หรือพี่บางคนได้งานทำที่บริษัท Microsoft บริษัท IBM หรือ World Bank ได้เงินเดือนตั้งหลายหมื่นเหรียญต่อปี เขาทำได้
ยังไงกัน???
ก่อนอื่น ต้องบอกก่อนว่าระเบียบข้อบังคับการอนุญาตให้ทำงานของประเทศอเมริกาแตกต่างจากประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นออสเตรเลีย อังกฤษ หรือแคนาดา เพราะอเมริกาแป็นประเทศที่ไม่อนุญาตให้นักเรียนที่ถือวีซ่า F1 ทำงานนอกมหาวิทยาลัย (Off Campus) ในช่วงที่เรียนอยู่เลย งานที่อนุญาตให้ทำได้จะเป็นงานในมหาวิทยาลัยเท่านั้น เพราะถือเป็นส่วนหนี่งของการทำ Practical Training
ใครกำลังคิดจะไปเป็นนักศึกษาของประเทศอมริกา ตั้งใจฟังทางนี้ แม้ว่าอเมริกาจะไม่อนุญาตให้นักเรียนทำงานอกมหาวิทยาลัยทุกชนิด รวมทั้งงานเสริฟในร้านอาหารไทย แต่อมเริกาอนุญาตให้นักเรียนทำ Practical Training ได้ ซึ่งนับเป็นการให้ทำงานในอเมริกาอย่างเป็นเรื่องเป็นราว และมีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่ถือวีซ่านักเรียนเท่านั้น
เรามาทำความรู้จักกับ Practical Training กันว่าในฐานะที่เราจะไปเป็นนักเรียนที่นั่น เราจะได้ทราบว่า เรามีสิทธิ์ที่จะทำงานอะไรได้บ้าง จะต้องทำอย่างไร และควรติดต่อกับใคร แผนกที่กำกับดูแลการทำงานของนักเรียนต่างชาติในอเมริกา เราเรียกกันว่า US Department of Homeland Security ซึ่งการอนุญาตทำงานจะมีการกำหนดประเภทของงานที่อนุญาตให้นักเรียนต่างชาติทำงานได้ สามารถถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก International Student Advisor ของสถาบันการศึกษาที่เราเรียนอยู่ ซึ่งทางสถาบันอาจมีการกำหนดงานที่นักศึกษต่างชาติสามารถทำได้ ซึ่งประเภทงานที่ทำจะต้องเกี่ยวข้องกับสาขาที่เราเรียนมา นอกจากนี้ นักศึกษาที่ได้ลงเรียนเต็มเวลา สามารถทำงานกับองค์กรนานาชาติได้ อาทิเช่น United Nations World Bank โดยต้องได้รับการรับรองจาก International Organization Immunities Act ทั้งนี้นักศึกษาควรวางแผนล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งภาคการศึกษา สำหรับการทำ Practical Training มีอยู่ 2 ประเภทด้วยกัน
ประเภทแรก OPT (Optional Practical Training) นักเรียนที่ถือวีซ่า F1 และมีสถานภาพนักศึกษาเป็นนักศึกษาประจำมาแล้วหนึ่งปี มีสิทธืที่จะทำ OPT ได้ และงานนั้นต้องเกี่ยวข้องกับสาขาที่เรียนมา ซึ่งการทำงาน OPT มีอยู่ 4 แบบด้วยกัน
1. ในระหว่างภาคการเรียน นักศึกษาสามารถทำงานได้ไม่เกินอาทิตย์ละ 20 ชั่วโมง
2. ในช่วงปิดภาคการเรียน นักศึกษาสามารถทำงานได้สูงสุดถึงอาทิตย์ละ 40 ชั่วโมง
3. ในช่วงทำวิทยานิพนธ์ หรือหลังจากลงเรียนวิชาในหลักสูตรเรียบร้อยแล้ว
4. หลังจากที่สำเร็จการศึกษาแล้ว
การทำงานในมหาวิทยาลัย นักศึกษาที่ถือวีซ่า F1 สามารถทำงานในมหาวิทยาลัยได้ตลอดระยะเวลาที่เรียนอยู่ โดยต้องได้รับการอนุญาตจาก ISP (International Student Program) เสียก่อน โดยจะทำงานได้สัปดาห์ละไม่เกิน 20 ชั๋วโมง ส่วนในช่วงซัมเมอร์ สามารถทำงานได้มากขึ้นเป็นสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง
ประเภทสอง CPT (Curricular Practical Training) นักเรียนที่ถือวีซ่า F1 มาแล้วหนี่งปี มีสิทธิ์ที่จะทำ CPT ได้ โดยที่งานนั้นๆจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนไม่ว่าจะเป็นการทำ Co-op หรือ Externship และจะต้องเกี่ยวข้องกับสาขาที่เรียนอยู่ โดยต้องได้รับการอนุมัติจากหน่วยงาน ISP ก่อน และนักศึกษาจะต้องลงเรียนเต็มเวลาอยู่ด้วย
นอกจากนี้ ยังมีการอนุญาตให้นักศึกษาทำงานได้เนื่องมาจากความขัดสนทางเศรษฐกิจ นักศึกษาที่สามารถเข้าร่วมได้ต้องถือวีซ่า F1 มาแล้วอย่างน้อยหนึ่งปีการศึกษา จะต้องแสดงหลักฐานให้กับหน่วยงาน USCIS (US Citizenship and Immigration Services) ชี้แจงสาเหตุปัญหาทางเศรษฐกิจทีรุนแรงที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
โดยการสมัครเข้าโปรแกรม Practical Training นั้น ทาง DSO (Designated School Official) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องนี้ ของสถาบันการศึกษานั้น จะเป็นผู้ดูแลให้คำแนะนำการสมัคร OPT โดยต้องยื่นเรื่องให้กับทาง USCIS โดยกรอกแบบฟอร์ม I-765 พร้อมเอกสารจากทาง DSO ที่ได้ระบุรายละเอียดใน SEVIS ซึ่งต้องส่งล่วงหน้า 90 วัน ก่อนจะเรียนครบหนึ่งปีการศึกษา และจะต้องเริ่มทำงานตามวันที่อนุมัติในเอกสารเท่านั้น โดยที่นักศึกษาจะทำงานได้ไม่เกิน 12 เดือนเท่านั้น แต่เมื่อเร็วๆนี้ มีการขยายเวลาการทำ OPT เป็น 29 เดือนเปิดให้เฉพาะกับผู้ที่เรียนสาขาวิชา Science ด้าน Technology ด้าน Engineering หรือ ทางด้าน Mathematics สามารถทำงานได้เพิ่มอีก 17 เดือนเป็น 29 เดือน เพื่อให้บริษัท องค์กรของอเมริกาสามารถจ้างแรงงานต่างชาติที่มีความสามารถเฉพาะทางได้ยาวนานขึ้น ซึ่งจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศภาพรวมได้
หากมีการเปลี่ยนโรงเรียน หรือยกเลิกการเรียนกลางครัน การได้สิทธิ์ทำ OPT จะถูกยกเลิกในทันที แต่ถ้าหากนักเรียนจะต้องเดินทางกลับประเทศชั่วคราวในช่วงที่ได้รับการจ้างงานนั้น นักเรียนสามารถที่จะกลับเข้ามาทำงานได้ใหม่กับสถาบันการศึกษาเดิมที่ได้เรียนอยู่
รู้อย่างนี้แล้ว อยากแนะนำให้คนที่ถือวีซ่า F1 และคิดจะไปทำงานในร้านอาหารเพื่อหาสตางค์ชั่วครู่ซั่วคราว ระวังตัวให้มากขึ้น เพราะถ้าหากเราถูกทาง Homeland Security จับได้เราก็จะอดได้รับสิทธิ์ดีๆจากการทำ Practical Training ขณะที่เรียนอยู่และหลังจากเรียนจบ ซ้ำร้ายอาจถูกส่งกลับประเทศ และมีชื่อติดใน Black List ไม่ให้กลับเข้ามาเรียนในอเมริกาได้อีกเลยก็เป็นได้