5 เดือนใน Melbourne

เรื่องเล่าประสบการณ์การศึกษาต่อในต่างแดน

5 เดือนใน Melbourne

สวัสดีค่ะ  วันนี้มังจะมาเล่าสู่กันฟังถึงประสบการณ์ใน Melbourne นะคะ

ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนเลยว่า เป็นแค่ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวมังเองเท่านั้นนะคะ  วันแรกที่ไปถึง มีเพื่อนมารอรับที่สนามบินพร้อมด้วยเจ้าแมลงวันตัวใหญ่มากๆ มารอรับด้วยเต็มไปหมด คือช่วงที่มังไปเป็นช่วงหน้าร้อนพอดี  แต่ก็มีฝนตกบ้าง (เกือบทั้งอาทิตย์เหมือนกัน)  ก่อนจะมาเมลเบิร์น พี่ๆ ที่ Ednet เตือนว่า ให้เตรียมร่ม เสื้อกันหนาว ไปด้วยนะ เพราะอากาศในเมลเบิร์น วันนึงมีทั้ง ร้อน หนาว ฝนตก ลมแรง ในวันเดียวกัน ตอนแรกฟังๆ ก็คิดว่า จริงเหรอ ขนาดนั้นเลยเหรอ แบบว่าไม่ค่อยเชื่อน่ะค่ะ แต่ก็เตรียมไปเหมือนกันนะ พอไปถึงวันแรก ตอนเช้าแดดออก ร้อนมาก พอกลางวันแดดร่ม เริ่มครึ้มๆ พอบ่ายแก่ๆฝนตก อากาศก็เย็นขึ้น แรกๆที่ไปเป็นอย่างนี้อยู่หลายอาทิตย์ อยู่ๆไปก็เริ่มชิน แต่แปลกนะอยู่ที่ออสเตรเลีย เรื่องไม่สบายนี่น้อยมากๆ เป็นเพราะอากาศไม่มีมลพิษมากกว่า แล้วก็ปรับตัวได้เร็ว เลยเริ่มชิน แต่ต้องขอบอกว่าลมแรงมากๆ ร่มที่พกไปต้องแข็งแรงนิดนึงนะคะ

วันแรกที่ไปถึง Homestay ก็ตื่นเต้น  เพื่อนๆช่วยกันขนกระเป๋าไปส่งที่บ้าน เดินหาบ้านกันผิดๆถูกๆ   ในที่สุดก็เจอจนได้  เจ้าของบ้านเป็นชาวออสซี่  Host mom   มีลูกสาวกับลูกชาย ลูกสาวแต่งงานไปแล้ว  ส่วนลูกชายไปทำ research ที่ Queensland  ก็จะมี host mom กับ share mate เป็นชาวบราซิล  ในบ้านอยู่กัน 3 คน บ้านกว้างมาก มีสวนที่หน้าบ้านกับหลังบ้าน ปลูกต้นไม้และดอกไม้เยอะมากๆ  Host mom จะทำงาน 5 วัน หยุดเสาร์อาทิตย์  วันหยุดครอบครัวลูกสาวก็จะมาเยี่ยมที่บ้าน  มีหลานสาว 2 คนน่ารักมาก  มังก็จะคุยและก็เล่นกับเด็กๆ  ทุกๆวันก็จะช่วยกันเตรียมจัดโต๊ะอาหารกับเพื่อน พอทานข้าวเสร็จก็ช่วยกันล้างจาน เก็บขยะไปทิ้ง  โดยปกติแล้วชาวออสเตรเลียจะประหยัดน้ำมากๆ เวลาล้างจานต้องรอทีเดียวแล้วล้างพร้อมกัน โดยจะใช้น้ำร้อนล้าง ไม่ใช้น้ำเย็นและต้องใส่ถุงมือด้วย  อาบน้ำก็ต้องอาบเร็วๆ สรุปก็คือ ไม่อยากให้ทุกคนคาดหวังกับ homestay มากนักพยายามคาดหวังให้น้อยที่สุด แล้วเมื่อเราไปเจอกับอะไรที่ดี จะทำให้เรารู้สึกดีมากกว่า อาจจะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เมื่อมาหักล้างกันก็ได้อยู่  ซึ่งการที่เราอาศัยอยู่กับครอบครัวชาวต่างชาตินั้น คือเราได้เพิ่มความรู้ด้านวัฒนธรรม,ประเพณี, ภาษา และการดำรงชีวิตร่วมกับผู้อื่นด้วย  ซึ่งเป็นประสบการณ์ชีวิตที่เราต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองและทำให้รู้จักตัวเองมากขึ้น

ที่โรงเรียน มังไปเรียนทั้งหมด 3 โรงเรียนด้วยกันนะคะ  ซึ่งแต่ละโรงเรียนก็จะมีความแตกต่างกันออกไป แต่จะไม่มากนัก  อาจารย์และเพื่อนๆแต่ละโรงเรียน น่ารักมากๆ  ก็จะมีการทำรายงานเป็นกลุ่ม หรือไม่ก็จับคู่ทำรายงานและก็ต้องออกไปรายงานหน้าชั้นเรียนด้วย  ซึ่งตอนแรกมังคิดว่าต้องมีปัญหาแน่ๆในการทำงานกับเพื่อนคนละเชื้อชาติ คนละภาษา สรุปกลายเป็นว่าช่วยกันทำอย่างสามัคคีกันมาก  ไม่มีใครเอาเปรียบ  แล้วสุดท้ายก็ผ่านฉลุย  ต่างคนก็แฮปปี้ทุกคน หลังเลิกเรียนก็จะนัดกันไปทานข้าว นั่งคุยกันหรือไปเที่ยวเป็นกลุ่ม  ตอนไปเรียนที่แรก มังจะเป็นนักเรียนไทยคนเดียวในห้อง  ซึ่งตอนแรกก็จะกลัวๆว่านักเรียนคนอื่นจะไม่คุยกับเรา เพราะในห้องจะมีนักเรียนเกาหลีครึ่งห้อง แล้วก็จะมีชาติอื่นอีกรวมกันนิดหน่อย ซึ่งคนเกาหลีเค้าก็จะอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม สรุปไปๆมาๆ กลายเป็นทุกคนเข้ามารุมสัมภาษณ์และก็คุยกับเรา(ความจริงคือ เค้าไม่เคยเจอของแปลกกันน่ะค่ะ)  แต่เพื่อนๆน่ารักมาก คือเค้าจะคอยเป็นห่วง ดูแลเรา  มีครั้งนึงเราไม่สบาย เค้าก็เห็นเราหน้าซีดมากๆ ถามว่าเราไม่สบายเหรอ ทานยาของเกาหลีได้รึเปล่า เราก็บอกว่านิดหน่อยเดี๋ยวก็หายไม่เป็นไร  สรุปก็ไปหายามาให้เราทานแล้วก็ไปส่งบ้าน อาจารย์น่ารักมาก วันหยุดก็จะโทรมาชวนไป picnic ทำอาหารไปทานกันที่ Park แล้วก็เล่นกีฬากัน ที่โรงเรียนจะห้ามไม่ให้พูดภาษาของประเทศตัวเอง ที่มังชอบมากคือทางโรงเรียนจะมี Excursion (คล้ายทัศนศึกษา) และจะมี Drama Class (แสดงละคร) สนุกมากๆ Excursion จะมีกิจกรรมหลายอย่างให้เราเลือก เช่น ไปชมโบสถ์, ไปดูหนัง, ไปbarbecue picnic, ไปทัศนศึกษาตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ, ไปเล่นกีฬากันที่ Sport Centre และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งในการที่ไป excursion นี้ก็จะมีทรอดแทรกการฝึกภาษาอังกฤษไปด้วย จะมีเป็นเป็นการฝึกทักษะ การฟังและพูด ส่วน Drama Class อาจารย์จะให้คิดพล็อตเรื่องขึ้นมา และก็จะมีห้องแต่งตัว มีชุด วิกผม หน้ากาก หมวก และ Accessories มากมาย ให้เราจับมาแต่งแล้วก็ออกมาแสดง(อันนี้ชอบมากๆค่ะ) และก็จะมี presentation หน้าห้อง แรกๆก็กลัว เขิน นานๆไปเริ่มชิน พอถึงตอนเรียนจบนี่เศร้ากันเป็นแถว   เพราะต่างก็แยกย้ายกันไป ก็แลกที่อยู่ อีเมล์กัน ซึ่งปัจจุบันก็ยังติดต่อกันอยู่  สรุปแล้วเรียนจบมานี่ได้อะไรกลับมามากเลยค่ะ  ได้รู้จักตัวเอง ตัดสินใจทำอะไรด้วยตัวเองมากขึ้น เรียนรู้วัฒนธรรมหรือประเพณีของต่างชาติ มุมมองหรือความคิดของคนที่เป็นนักเรียนต่างชาติ หรือนักเรียนนอกมากขึ้น

Thanks for

พี่ๆที่ EdNET ทุกๆคน ที่คอยเป็นห่วงและให้กำลังใจตลอด พี่ๆที่มังเคารพและนับถือทุกคน ขอบคุณทุกคนที่บ้าน (Melbourne) ที่ดูแลกานต์เป็นอย่างดี ขอบคุณพี่อิทธิชัย Holmes Colleges, เพื่อนๆที่ Hawthorn ทุกคน ขอบคุณที่เคียงข้างมังเสมอมาค่ะ

© Copyright - EdNET Allright reserved